วันพุธ, 27 ตุลาคม 2564

Current Date & Time

พยากรณ์อากาศ

ราคาน้ำมัน

สถิติ

330781
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
90
134
1131
328576
4461
8989
330781

Your IP: 3.80.3.192
2021-10-27 15:23

policetv tv

สถานีวิทยุ ตชด. ค่ายพระมงกุฎเกล้า

กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 145

 

 

               

 

 

13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ต.ค. 2559 เวลา 15.52 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช สิริพระชนมพรรษา 88 ปี 313 วัน ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี 4 เดือน 4 วัน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติประกาศให้วันที่ 13 ต.ค.ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตและวันหยุดราชการเพื่อให้ประชาชนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2559 นำมาซึ่งความโศกเศร้าอาดูรเสียใจอาลัยรัก เทิดทูนของปวงประชาชนคนไทยทั่วประเทศและที่พำนักอาศัยในต่างแดน อย่างยากที่จะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดหรือตัวหนังสือได้ หลายต่อหลายคนในช่วงเวลารู้ข่าวการเสด็จสวรรคตนั้นเมื่อถามไถ่พูดคุยพูดกันคำพูดออกแทบไม่เป็นประโยคกระอึกกระอักด้วยก้อนสะอื้นจุกอยู่ในลำคอด้วยความอาดูร มีแต่น้ำตาพร่างพรูไหลออกมาอาบสองแก้มนองหน้า อีกไม่น้อยเอาแต่กอดกันหลั่งน้ำตาร้องไห้สะอึกสะอื้นปานประหนึ่งจะขาดใจเสียให้ได้

กาลเวลาผ่านไปจากวันที่คนไทยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศชาติคือผู้ที่คนทั้งแผ่นดินเคารพรักเทิดทูนเชิดชูบูชา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐในฐานะพ่อของแผ่นดิน วันนี้คนไทยทุกคนก็ยังคงน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านมิส่างซา ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทุ่มเทพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยมิได้ทรงรู้เหน็ดเหนื่อย มิทรงคำนึงถึงความสำราญส่วนพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินไปทุกหนแห่งไม่ว่าจะต้องทรงปีนเขา บุกป่า ลุยน้ำ กรำแดดฝน ก็มิทรงย่อท้อยากลำบากแค่ไหนก็เสด็จฯไปเมื่อทรงทราบว่าราษฎรของพระองค์ทุกข์ยากลำบากขาดแคลนเดือดร้อนในการดำเนินชีวิต ทั้งนี้เพื่อที่จะทรงสร้างประโยชน์สุขดับทุกข์เข็ญให้แก่ประชาชนที่ทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่าคือลูกๆของพระองค์นั่นเอง

 

ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างนี้ต่อเนื่องนับ 70 ปีตั้งแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชตราบเสด็จสวรรคต

วันเวลาผ่านไปวันนี้วันที่ 13 ตุลาคม 2563 วันเสด็จสวรรคตเวียนมาบรรจบครบ 4 ปี คนไทยทุกคนเมื่อน้อมรำลึกถึงพูดคุยถามความรู้สึกกันก็ยังคงอยู่ในอากัปกิริยาโศกเศร้าอาลัยด้วยทุกคนรู้สึกอย่างเดียวกันว่าทรงสถิตย์อยู่ในใจมิได้เสด็จจากไปไหนเลย เอ่ยพระนามในหลวงรัชกาลที่9น้ำตาคลอเบ้าปริ่มจะหยดย้อยลงมาเสียให้ได้ทุกครั้ง หลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำน้ำตาไหลพรากย้อยผ่านร่องแก้มออกมาตั้งแต่ตอนไหน

แม้วันนี้เสด็จสวรรคต 4 ปีแล้ว คนไทยทั้งประเทศก็ยังคงความอาลัยรำลึกถึงด้วยความเทิดทูนความรักความศรัทธาด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ตลอดเวลา 70 ปีทรงงานหนักเพื่อให้ประชาชนคนไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอยู่ดีมีสุขด้วยความพออยู่พอกินพึ่งพาตนเองได้ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระราชไว้ทั่วทุกภูมิภาคเป็นต้นแบบที่จะน้อมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพในพื้นที่ของตนเองได้ ทั้งแบบอย่างการใช้ทรัพยากรป่า ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรดินโดยเกื้อกูลพึ่งพาอาศัยกันรวมแล้วเกินกว่า 4,500 โครงการ

การเสด็จพระราชดำเนินไปยังทุกท้องถิ่นที่เพื่อที่จะได้ทอดพระเนตรวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ดำรงชีวิตมีความสุขอยู่ทุกข์เพียงใด ปัญหาที่เกิดคืออะไร และเพื่อทรงเยี่ยมเยียนเป็นสิริมงคลขวัญกำลังใจเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณว่าความทุกข์ที่เกิดกับการดำรงชีวิตการประกอบอาชีพหลักในแต่ละท้องถิ่นล้วนขาดแคลนปัจจัยหลักคือ “น้ำ” ดังพระราชทานพระราชดำรัสว่า “น้ำคือชีวิต”

“…หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้…”

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529

การเสด็จพระราชดำเนินไปท้องถิ่นภูมิภาคของประเทศไทยนอกจากจะทรงตั้งพระราชหฤทัยไปทรงเยี่ยมราษฎรเสด็จฯไปเพื่อทรงทราบปัญหาความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระองค์เอง แล้วที่สำคัญคือทรงไปหาแหล่งน้ำ สร้างแหล่งน้ำให้ราษฎร อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบรรเทาทุกข์นำประโยชน์สุขไปแทนที่ได้

พระมหากรุณาธิคุณยังแผ่ไพศาลอันมิอาจกล่าวได้อย่างครบถ้วยกระบวนความที่จะเป็นเครื่องนำประโยชน์สุขสู่ชาวไทยทั้งปวง เช่นพระมหากรุณาธิคุณที่บรรเทาทุกข์ผ่านโครงการด้านสาธารณสุข ผ่านโครงการด้านการศึกษาทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ทรงดำเนินพระองค์ให้คนไทยทั้งประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญในการตระหนักถึงการอนุรักษ์สืบสานการดำเนินชีวิตบนวิถีดีงามแห่งวัฒนธรรมประเพณีไทยยึดมั่นในหลักคุณธรรมของแตละศาสนาฯลฯ

ด้วยพระเมตตาพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวคนไทยทุกคนน่าจะพูดออกมาจากความรู้สึกตรงกันว่าพระองค์ทรงเป็นดั่งพ่อและเป็นพ่อที่ทรงงานหนักที่สุดในโลกเพื่อลูกๆคนไทยทุกคนจะหาพ่อคนใดในโลกเสมอเหมือนมิมีอีกแล้ว เพื่อลูกอยู่ดีพออยู่พอกินพอเพียง ประเทศชาติเจริญงอกงามตามวิถีดีงามแห่งวัฒนธรรมประเพณีไทยนำมาซึ่งความสุขสงบอย่างยั่งยืน เมื่อดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทที่ทรงเป็นแบบอย่าง

เฉพาะอย่างยิ่งได้พระราชทานหลักคิดให้นำไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันคือหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านหลักการทรงงานที่ทรงทุ่มเทพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างหนักหน่วงด้วยพระราชปณิธานสร้างประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานเป็นหลักคิดเพิ่มพูนปัญญาเพิ่มพูนสติเพื่อไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตที่อัญเชิญมาเพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากวารสารชัยพัฒนาประจำเดือนสิงหาคม 2542

“…คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทําอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข…”

“…ให้พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ อันนี้ก็หมายความอีกอย่างของเศรษฐกิจ หรือระบบพอเพียง…พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง…”

“…เศรษฐกิจพอเพียง…จะทำความเจริญให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้…”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 4 ธันวาคม 2541

วันนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเสด็จสวรรคต 4 ปีแล้ว คนไทยทั้งประเทศยังเศร้าโศกอาลัยถึงพระองค์ท่านมีสร่างซา แต่วันนี้คนไทยด้วยมุ่งสืบสานพระราชปณิธานเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทได้แปรเปลี่ยนความโศกเศร้าอาลัยโทมนัส ให้กลับกลายเป็นพลังตั้งหัวใจ มุ่งมั่นปฏิบัติตนโดยการทำความดี น้อมนำหลักการดำเนินชีวิตปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นเครื่องมือพัฒนาตนเอง พัฒนาครอบครัว พัฒนาชุมชน พัฒนาสังคมชาติบ้านเมือง เป็นคนไทยที่ประสานพลังของจิตอาสาเสียสละมุ่งประโยชน์ส่วนรวมช่วยเหลือกันและกันทั้งประเทศ สามัคคีกันไม่ทะเลาะกัน ไม่แก่งแย่งกันด้วยความโลภ พึ่งพาอาศัยแบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัยกันด้วยเมตตากรุณารักใคร่ปรองดองกัน อันเป็นเครื่องแสดงออกถึงการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 13 ตุลาคม 2563 วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในนามปวงพสกนิกรชาวไทยร้อยรวมดวงใจสืบสานพระราชปณิธานในการประกอบความดีงามให้สังคมชาติบ้านเมือง ให้ชุมชน ให้ครอบครัว ดำรงมั่นในวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงามเป็นแบบอย่างความเป็นคนดีของบ้านเมืองด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ตราบนิรันดร์

วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ซึ่งพระนาม "สิริกิติ์" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความหมายว่า "ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร" พระราชสมภพเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 
          วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2499  อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชประสงค์จะผนวชเป็นพระภิกษุ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ผนวชและทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ผนวช และได้ปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
          วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเฉลิมพระนามาภิไธยว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ดังปรากฏเนื้อความในประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยว่า “...โดยที่ทรงพระราชดำริด้วยพระราชหฤทัยประกอบด้วยพระกตัญญูกตเวทิตา ระลึกถึงพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนนี อันได้มีมาเป็นล้นพ้นยิ่งกว่าผู้อื่น และทรงพระราชดำริว่า พระบรมราชชนนีเป็นผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันได้บังเกิดประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองและพสกนิกรเป็นอเนกปริยาย มีพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณาธิคุณ เสด็จออกสอดส่องดูแลทุกข์สุขของราษฎรทั่วทุกแห่งหนแม้ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ด้วยพระวิริยอุตสาหะอย่างยิ่งยวด โดยทรงดำเนินพระราชจริยวัตรด้วยพระราชปณิธานแห่งธรรมราชินี ในศุภสมัยอันเป็นมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนี้ สมควรจะเฉลิมพระเกียรติยศสนองพระคุณตามโบราณราชประเพณี อันจะอำนวยสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแด่พระองค์ และสยามรัฐสีมาอาณาจักร จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมราชชนนี ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง...”

พระราชกรณียกิจที่สำคัญ

ศิลปาชีพ
ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ทรงริเริ่มก่อตั้งโครงการหลวงต่างๆ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงริเริ่มโครงการให้ราษฎรโดยเฉพาะชาวนาในท้องถิ่นชนบททำอาชีพเสริมโดยใช้เวลาว่างจากการทำนาทำไร่มาทำงานศิลปาชีพ จนราษฎรเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถในงานผลิต งานศิลปหัตถกรรม จนเป็นที่ยอมรับในประเทศไทยและระดับสากล

ความมั่นคงของชาติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใยความมั่นคงของชาติและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทุกวิถีทางที่จะช่วยทะนุบำรุงและปกป้องรักประเทศชาติ ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ ราษฎรอาสาสมัคร จนถึงฐานปฏิบัติการ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่อันตรายเพียงใดก็ตามได้พระราชทานถุงของขวัญประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงของชาติตลอดมา

การสาธารณสุข
         ในด้านการสาธารณสุข นอกจากทรงช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนโดยจัด “หน่วยแพทย์พระราชทาน” ตามเสด็จไปรักษาพยาบาลราษฎรในถิ่นทุรกันดารแล้ว ยังทรงช่วยเหลือกลุ่มผู้ประสบภัยธรรมชาติ ทรงช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัครตามชายแดน ทรงริเริ่มจัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในกรณีที่ทรงพบราษฎรเจ็บป่วยก็จะทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทรงอุปถัมภ์องค์กรการกุศล สมาคม มูลนิธิต่างๆ เป็นจำนวนมาก

การส่งเสริมอนุรักษ์ธรรมชาติ
          ด้านการส่งเสริมอนุรักษ์ธรรมชาติ พระทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “โครงการป่ารักน้ำ” ทั้งนี้เพื่อให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการร่วมกันปลูกป่า หลังจากนั้นยังมีโครงการตามพระราชดำริที่ปรากฏขึ้นเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ อาทิ โครงการสวนสัตว์ป่าเปิดภูเขียวตามพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์และขยายพันธุ์เต่าทะเล โครงการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า โครงการปลูกป่าเสริมธรรมชาติ โครงการพระราชดำริสวนหาดทรายใหญ่ เป็นต้น

 

เกร็ดความรู้ :
1. ผู้ทรงพระราชอิสริยยศ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต้องทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในแผ่นดินก่อนและต้องทรงเป็นพระราชมารดาของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ปัจจุบันด้วย นับได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ที่สองของกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชชนนีในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6
2. ดอกมะลิ เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่แห่งชาติ เนื่องจากดอกมะลิถือเป็นดอกไม้มงคลของไทยดั้งเดิมเพราะมีสีขาวบริสุทธิ์และมีกลิ่นหอมยาวนานออกดอกได้ตลอดทั้งปี ดอกมะลิเปรียบถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่แม่มีต่อลูก และมีอย่างยาวนานตลอดไป เสมือนสีและกลิ่นของดอกมะลิที่ขาวตลอดเวลาและหอมอบอวนตลอดทั้งวันทั้งคืน

 

 

ทรงเยี่ยมราษฎรและรับราษฎรเข้าเป็นสมาชิกศิลปาชีพ ฯ

วันศุกร์ ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

ทรงเยี่ยมราษฎรและรับราษฎรเข้าเป็นสมาชิกศิลปาชีพ ฯ
วันศุกร์ ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินจากศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยปางตอง ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ทรงปล่อยปลาพลวงหิน ปลานิลแดง และปลาไนลงในอ่างเก็บน้ำ เพื่อขยายพันธุ์เป็นอาหารแก่ราษฎร จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านรวมไทย ทรงเยี่ยมราษฎรจากบ้านรวมไทย บ้านห้วยขาน บ้านห้วยมะเขือส้ม และบ้านนาป่าแปก 1 และ 2 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและไทยใหญ่ โดยที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการอพยพราษฎรที่บุกรุกทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย ให้มารวมกันจัดตั้งหมู่บ้าน โดยจัดที่ดินทำกินถาวรให้ และสร้างจิตสำนึก
ให้ราษฎรชาวไทยภูเขาเหล่านั้น ช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ พร้อมทั้งพัฒนาด้านอาชีพโดยใช้วิทยาการสมัยใหม่ เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานถุงเครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค พันธุ์มะม่วง พันธุ์แพะ แกะ และเป็ดเทศ แก่ตัวแทนราษฎรจาก 5 หมู่บ้าน และทรงรับราษฎรผู้สมัครใจเข้าเป็นสมาชิกศิลปาชีพ เพื่อเป็นรายได้เสริมแก่ครอบครัวอีกทางหนึ่ง กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยแพทย์พระราชทานเดินทางล่วงหน้าตรวจรักษาราษฎร ตลอดจนทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์
สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับเรือนประทับแรมปางตอง ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ

ประชาสัมพันธ์
สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์
🌐 www.royaloffice.th
🗓 ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมเทิดทูนสถาบันได้ที่ : พระลาน
Website : http://www.phralan.in.th/
Facebook : https://www.facebook.com/phralanofficial
YouTube : https://www.youtube.com/c/PhralanChannel

 


ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 และที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) กลางของหน่วยงานในสังกัด บช.ตชด.

เลขที่หนังสืออ้างอิง/เกี่ยวข้อง : -ไม่มี-

เลขที่หนังสือ : 0030.111/2384 ลงวันที่ 9 ส.ค.64

 
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
 

💢โลกหมุนไป #มิจฉาชีพ บนโลกออนไลน์ก็มากขึ้น
ไม่ควรมีใคร ต้องตกเป็นเหยื่อ ให้ ศูนย์ PCT เป็น ที่พึ่งของคุณ

-------------------------------------------
สงสัย #แชร์ลูกโซ่ #ฉ้อโกงออนไลน์ #แกล้งรักออนไลน์

จะโทรมาถาม หรือแจ้งความก็ได้นะ ☎️1️⃣5️⃣9️⃣9️⃣ สายด่วน

 คลิปความรู้

ลงทุนกับเรา ผลตอบสูงในเวลาอันสั้น กำไรงาม

https://www.youtube.com/channel/UCqyppzit6G18apPcR4lWxFA 

 

#แชร์ลูกโซ่

https://www.youtube.com/watch?v=zR-GrAP4ogU

https://www.youtube.com/watch?v=XZj88Ds9_fw

https://www.youtube.com/watch?v=pVilBoxFLBY

 

 

#พนันออนไลน์

https://www.youtube.com/watch?v=nRFsGwzhSIA

 

เพจเฟสบุค

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

 


 

 

ค่านิยม

   สมรรถนะ (Competency)  สุจริตเป็นธรรม (Overall Fairness)  ประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People Oriented)  บริการด้วยใจ (Service Mind) : COPS

 

วัฒนธรรมองค์กร

   ยึดมั่นในระเบียบวินัย บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน และมีการทำงานเป็นทีม

 

ผลสัมฤทธิ์หน่วยงาน

   ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สังคมและประเทศชาติมีความมั่นคงและสนับสนุนการพัฒนาประเทศ

 

พันธกิจ

   1.ถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

   2.บังคับใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรมทางอาญา

   3.รักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของราชอาณาจักร

   

วิสัยทัศน์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

   "เป็นหลักประกันความยุติธรรม และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่มีมาตรฐานสากล"

 

วิสัยทัศน์กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

   กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นหน่วยงานหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีความเชี่ยวชาญในการเฝ้าระวัง และ แก้ไขปัญหาความมั่นของรัฐ ในพื้นที่ชายแดน

 

คำสัตย์ปฏิญาณตน
       

        1. ข้าพเจ้า จักจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ
       

       2. ข้าพเจ้า จักยอมเสียสละทุกสิ่ง ทุกอย่าง เพื่อระงับทุกข์ และบำรุงสุขให้แก่ประชาชน ตาม หน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
       

       3. ข้าพเจ้า จักปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดศีลธรรม เป็นหลักประจำใจ
       

       4. ข้าพเจ้า จักยึดมั่นอยู่ในวินัย และรักษาไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
       

       5. ข้าพเจ้า จักเชื่อฟังคำสั่ง ของผู้บังคับบัญชา และจักปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเที่ยงธรรม อย่างเคร่งครัด

 

อุดมคติตำรวจ

เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
กรุณาปราณีต่อประชาชน
อดทนต่อความเจ็บใจ
ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก
ไม่มักมากในลาภผล
มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
ดำรงตนในยุติธรรม
กระทำการด้วยปัญญา
รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต

 

  

อุดมการณ์ของตำรวจตระเวนชายแดน

     1. เทิดทูนและดำรงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเอกลักษณ์ของความเป็นไทยรักษาไว้ซึ่งระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข

     2. ความอยู่รอดของชาติและความผาสุขของประชาชนอยู่เหนือชีวิต และความเหนื่อยยากของตำรวจตระเวนชายแดน

     3. ตำรวจตระเวนชายแดน จะต้องมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ประหยัด ขยันหมั่นเพียร มีคุณธรรม รับใช้ประชาชนและมีคามรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม สามารถพึ่งตนเองได้

   

  

 

 

                       

 

         

ข้อมูลผู้บริหารเทคโนโรยีสารสนเทศระดับสูง

 

 

 

 

เบอร์โทร  032542191 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

ข้อมูลบริการ

 

 

กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่่ 145

BORDER PATROL POLICE COMMPANY 145

ที่อยู่ 131 หมู่ 3 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จว.ประจวบฯ ระหัส 77120

Email    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

เว็บ    BPP145.COM

Facebook  กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 145

เบอร์โทร   032-542191 ( สำนักงาน บก.ร้อย ตชด.145 )

 

ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 และที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) กลางของหน่วยงานในสังกัด บช.ตชด.

เลขที่หนังสืออ้างอิง/เกี่ยวข้อง : -ไม่มี-

เลขที่หนังสือ : 0030.111/2384 ลงวันที่ 9 ส.ค.64

 

 

 

 

ผู้บังคับบัญชา

พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม

ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

 

 

พล.ต.ต.กัญชล อิรทราราม

ผู้บังคับการ
ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค ๑

 

 

พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้า

ผู้กำกับการ
ตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๔

 

 

พ.ต.ต.วิเชียร  พุทธอินทร์ศร

ผบ.ร้อย ตชด. ๑๔๕